เรียบเรียงเรื่องโดย: คุณบอล
องค์สิ้นภพจบชาติ องค์ที่ ๑'
พระอาจารย์ยุคลธรณ์ท่านได้เมตตาสั่งสอนลูกศิษย์ด้านการนั่งกรรมฐาน วิปัสสนากรรมฐาน และสอนธรรมะมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๑ มีลูกศิษย์จากหลายๆ ที่เข้ามาพูดคุยและขอคำแนะนำเกี่ยวกับการนั่งสมาธิ ตามแนวทางของพระเดชพระคุณหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง ซึ่งพระอาจารย์ท่านได้ให้ความเคารพอย่างมากและได้เคยพบกับหลวงพ่อฤาษีลิงดำสมัยครั้ง เมื่อพระอาจารย์ยังเป็นสามเณร [/color]
เมื่อลูกศิษย์มีจำนวนมากขึ้นพระอาจารย์ท่านจึงมีความคิดอยากจะให้ลูกศิษย์ของท่านได้สร้างบุญบารมีเพื่อเป็นแนวทางที่จะเข้าถึงซึ่งพระนิพพาน เพราะการที่จะเข้าถึงซึ่งพระนิพพานได้นั้นต้องทำควบคู่กันไปทั้งการสร้างบุญบารมี,การฝึกจิตนั่งสมาธิและวิปัสสนากรรมฐาน และการสร้างบุญบารมีนี้เองที่จะทำให้ลูกศิษย์ได้เจอกับอุปสรรคต่างๆ นานาที่เข้ามาทดสอบกำลังใจเมื่อฟันฝ่าอุปสรรคทั้งหลายได้บารมีที่สร้างขึ้นมาก็จะเต็มการเข้าสู่กระแสแห่งพระนิพพานในชาติปัจจุบันนี้ก็ไม่ไกลเกินเอื้อม แต่หากแม้ว่าไม่สามารถผ่านบททดสอบต่างๆ ที่เข้ามานั้นไปได้ หรือพ่ายแพ้ต่อมารที่เข้ามาขัดขวางการสร้างบุญบารมีนั้นแสดงว่ากำลังใจเรายังอ่อนยังไม่เต็ม การที่จะเข้าถึงซึ่งพระนิพพานในชาติปัจจุบันนี้ก็ยังดูจะห่างไกล เริ่มแรกเดิมที่พระอาจารย์ท่านได้รับการบอกบุญให้ร่วมสร้างสมเด็จองค์ปฐมหน้าตัก ๑๐ เมตร ที่ จ. สกลนคร จากหลวงพี่ท่านหนึ่งโดยจะช่วยกันจัดผ้าป่าสามัคคี แต่ในที่สุดก็มีเหตุขัดข้องหลายประการ จึงเปลี่ยนจาก ๑๐ เมตร เป็น ๕ เมตร ดังนั้นพระอาจารย์ท่านจึงได้เริ่มบอกบุญไปยังบรรดาลูกศิษย์ลูกหาต่าง ๆ เช่น คุณดอกแก้ว,คุณมังกร ซึ่งต่อมาทั้ง ๒ ท่านนี้ก็เป็นกำลังจัดหาผ้าป่าจากการนำพระคำข้าวออกมาให้บูชาแต่ก่อนที่จะถึงวันทอดผ้าป่าเพียงแค่วันเดียวก็เกิดเหตุที่ไม่คาดฝันขึ้นมาก่อน นั้นคือพระอาจารย์ท่านถูกคนเมายาบ้าฟันเข้าที่มือทั้งสองข้างที่ศีรษะและลำตัว ต้องเข้ารักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลมากถึงหลายวัน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่วัดปทุมวนาราม ก่อนเกิดเหตุพระอาจารย์ท่านได้เตือนลูกศิษย์ทุกคนว่าในช่วงวันเสาร์และอาทิตย์ที่จะเกิดเหตุห้ามลูกศิษย์คนใดเข้ามาท่านที่กุฏิโดยเด็ดขาด เพราะพระอาจารย์ท่านมีลางสังหรณ์ว่าช่วงเสาร์อาทิตย์จะเกิดที่ไม่ดีขึ้น แต่แล้วเมื่อถึงเวลานั้นจริง ๆ กลับมีลูกศิษย์อยู่ ๒ คนเข้ามาหาพระอาจารย์เนื่องจากไม่ได้ข่าวการเตือนของพระอาจารย์ ในช่วงเย็นของวันนั้นเองในขณะที่ลูกศิษย์ทั้ง ๒ ไปอาบน้ำ ก็ได้มีคนเมายาบ้าเข้ามาในวัดโดยไม่มีใครสังเกตเห็น คนเมายาบ้านั้นในมือกำมีดดาบยาวอยู่เล่มหนึ่ง เมื่อคนเมายาบ้าเจอลูกศิษย์ทั้ง ๒ เข้าก็วิ่งเข้าไปหาหวังจะทำร้ายแล เด็กคนนั้นเอามือรับมีดาบจนทำให้นิ้วมือหลายนิ้วเกือบขาดออกจากกัน แต่ลูกศิษย์อีกคนหนึ่งที่อยู่ด้วยกันก็โดยฟันเข้าที่แขนขวาแต่ช่างเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์ใจอย่างมากเมื่อลูกศิษย์คนนี้มีดดาบฟันไม่เข้า กลับมีแต่เพียงรอยมีดเป็นทางยาว มาทราบในภายหลังว่าในคอของลูกศิษย์คนนี้ห้อยพระคำข้าวของพระเดชพระคุณหลวงพ่อฤาษีลิงดำอยู่องค์เดียว คุณพระช่วยไว้แท้ ๆ พระอาจารย์ท่านมักจะให้พระคำข้าวแก่ลูกศิษย์ทุก ๆ คนไว้เพื่อบูชาติดตัว ลูกศิษย์คนที่ถูกมีดดาบฟันนิ้วก็ได้รับพระคำข้าวจากพระอาจารย์เช่นกันแต่ด้วยคงเป็นกรรมของเด็กคนนี้เวลาเข้าห้องน้ำอาบน้ำจะถอดสร้อยออก หลังจากนั้นลูกศิษย์ทั้งสองคนนี้ก็วิ่งหนีคนเมายาบ้าขึ้นไปหาพระอาจารย์บนกุฏิ คนเมายาบ้าก็วิ่งตามขึ้นไปที่กุฏิพระอาจารย์เช่นกัน และกุฏิพระอาจารย์ก็อยู่ชั้น2ซึ่งทางเข้าและทางออกอยู่ทางเดียวกันคือ ประตู ส่วนหน้าก็อยู่สูงมาก ทำให้พระอาจารย์และลูกศิษย์ทั้ง2คนเหมือนถูกขังอยู่ในห้องเมื่อคนเมายาบ้าเข้ามาถึงในกุฏิก็ไล่ฟันทั้งพระอาจารย์และลูกศิษย์ทั้ง2คน พระอาจารย์เห็นท่าไม่ดีแน่หากปล่อยไว้อย่างนี้เด็ก2คนนี้อาจถูกฆ่าตายได้ พระอาจารย์ท่านจึงเข้าไปขวางคนเมายาบ้าซึ่งเป็นเหตุให้พระอาจารย์ท่านถูกมีดดาบเข้าที่ศีรษะและที่ท้อง จึงจับมีดดาบไว้แน่นเพื่อไม่ให้คนเมายาบ้าเข้าไปทำร้ายลูกศิษย์ได้ จากนั้นท่านก็ตะโกนบอกให้เด็กทั้ง2คนนั้นหนีไป ด้วยความที่เด็กทั้ง2คนตกใจกลัวก็กระโดดออกจากกุฏิทางหน้าต่างแล้ววิ่งอย่างรวดเร็วเพื่อไปตามคนมาช่วย เมื่อพระอาจารย์ท่านเห็นว่าเด็กทั้ง2คนได้หนีไปแล้วก็เบาใจ ส่วนมือก็ยังคงกำมีดดาบอยู่ทำให้มือทั้ง2ข้างถูกมีดเฉือนลึกถึงกระดูก พระอาจารย์ท่านเสียเลือดมากจนท่านเองก็อ่อนแรงลง มือทั้ง2ข้างก็ปล่อยออกจากมีดดาบและท่านเองก็คิดพิจารณาอยู่ในใจว่าขณะนี้ท่านไม่เกรงกลัวต่อความตายที่กำลังจะเข้ามาถึงอยู่ต่อหน้า หากท่านตาย ณ เวลานี้ท่านขอเข้าสู่พระนิพพาน และหากว่าท่านกับคนเมายาบ้ามีกรรมต่อกันท่านก็จะไม่คิดต่อสู้อีก พระอาจารย์ท่านนึกในใจว่า 'หากว่าเรากับเธอมีกรรมต่อกันเพียงใดเธอจงฟันเรามาเถิด'และก็เป็นไปอย่างที่ท่านคิดไว้ คนเมายาบ้าไม่รอช้าเข้ามาฟันท่านด้วยมีดดาบที่อยู่ในมือ แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์อย่างมากเพราะมีดไม่สามารถถูกตัวของพระอาจารย์ท่านได้ไม่ว่าคนเมายาบ้าจะพยายามสักเพียงใดก็ไม่เป็นผล มีดดาบจะเหมือนถูกปัดออกไม่ให้ถูกตัวของท่าน พระอาจารย์ท่านรู้ได้โดยทันทีว่าท่านกับคนเมายาบ้าได้หมดกรรมต่อกันแล้ว คนเมายาบ้าพยายามเอามีดดาบฟันพระอาจารย์อยู่พักใหญ่จนอ่อนแรงเมื่อเห็นว่าไม่สามารถทำร้ายพระอาจารย์ได้ก็ตกใจวิ่งหนีออกจากกุฏิไป แต่ก็ไปไม่รอดถูกคนที่เข้ามาช่วยจับกุมตัวไว้ได้ ส่วนพระอาจารย์เองก็กำหนดจิตให้เลือดหยุดแล้วเดินลงมาจากกุฎิ เพื่อให้คนในวัดส่งโรงพยาบาลและก็เมื่อทุกอย่างได้ถูกจัดเตรียมไว้แล้ว เนื่องจากในเช้าวันนั้นเองได้มีคนเอารถเบนซ์มาคันใหม่เอี่ยมป้ายแดง เบาะยังไม่ทันได้แกะพลาสติกหุ้มออกมาให้พระที่วัดปทุมวนารามเจิม เมื่อพระอาจารย์ท่านลงมาจึงเหมือนมีราชรถมาเกยพาท่านไปส่งยังโรงพยาบาลพระอาจารย์ท่านต้องอยู่โรงพยาบาลเพื่อรักษาตัวอยู่นาน มือทั้ง2ข้างต้องผ่าตัดต่อเส้นเอ็น เมื่อบาดแผลหายดีพอที่คุณหมอจะอนุญาตให้กลับวัดได้พระอาจารย์ท่านก็ขอทางวัดปทุมวนารามกลับมารักษาตัวต่อที่บ้านโยมพ่อและโยมแม่ของพระอาจารย์ที่ จ. กาญจนบุรีเมื่อบาดแผลทุกอย่างหายดีแล้วพระอาจารย์ท่านก็ยังไม่ล้มเลิกความคิดที่จะสร้างสมเด็จองค์ปฐม และท่านเองคิดจะสร้างเพิ่มอีก2องค์ไว้ที่ จ. กาญจนบุรี เพราะในขณะนั้นมีลูกศิษย์ท่านหนึ่งจะสร้าง ศูนย์พัฒนาจิต และจริยธรรม "ธรรมบุตร" จ. กาญจนบุรี ถวายโดยศูนย์ฯ นี้อยู่ในเขตบ้านเก่า พระอาจารย์และลูกศิษย์จึงได้เริ่มประกาศบอกบุญกันอีกครั้งคือบอกบุญร่วมสร้างสมเด็จองค์ปฐมหน้าตัก5.5เมตร จำนวน2องค์ พระอาจารย์ท่านรวบรวมผ้าป่าได้ปัจจัยเป็นจำนวนเงิน5แสนบาท ในเวลาเดี๋ยวกันนี้เองมีชาวบ้านมานิมนต์พระอาจารย์ให้มาอยู่วัดทุ่งแสงสว่างเจริญธรรม ต. หนองบัว อ. เมือง ใกล้ ๆ บ้านโยมพ่อของพระอาจารย์ วัดนี้เดิมที่เกือบจะเป็นวัดร้างพระอาจารย์ท่านมาพิจารณาใหม่เห็นว่าสร้างสมเด็จองค์ปฐมไว้ที่วัดทุ่งแสงสว่างเจริญธรรมมีความเหมาะสมกว่าที่จะไปสร้างไว้ที่ ศูนย์พัฒนาจิต และจริยธรรม"ธรรมบุตร" ไม่ว่าจะเป็นทั้งเรื่องความเหมาะสมด้านสถานที่ ความสะดวกเรื่องการเดินทางดังนั้นพระอาจารย์ท่านจึงตัดสินใจสร้างสมเด็จองค์ปฐมอีกองค์ที่วัดทุ่งแสงสว่างเจริญธรรม โดยใช้ชื่อว่า"องค์สิ้นภพจบชาติ" ในขณะนั้นมีคุณมังกรเป็นหัวเรียวหัวแรงในการประกาศบอกบุญในเว็บ"พลังจิต"โดยคุณมังกรได้นำพระคำข้าวมาให้บูชาเพื่อนำปัจจัยร่วมสร้าง"องค์สิ้นภพจบชาติ"ประกาศบอกบุญนี้เองที่ทำให้ผมและลูกศิษย์อีกหลาย ๆ ท่านได้เข้ามาร่วมสร้างบุญกับพระอาจารย์และฝากเนื้อฝากตัวเป็นลูกศิษย์อยู่ช่วยงานมาจนถึงปัจจุบันนี้ เมื่อพระอาจารย์ท่านประกาศบอกบุญการสร้างสมเด็จองค์ปฐม"องค์สิ้นภพจบชาติ"ก็ได้มีการจัดผ้าป่าสามัคคีเพื่อร่วมสร้างสมเด็จองค์ปฐมและได้ทำการทอดผ้าป่าครั้งแรกในวันศุกร์ที่24เมษายน2552การทอดผ้าป่าครั้งนี้ปัจจัยที่ได้นำมาสร้างฐานพระต่อมาในวันพฤหัสบดีที่30เมษายน2552พระอาจารย์ท่านได้ทำพิธีวางศิลาฤกษ์ฐานสมเด็จองค์ปฐม"องค์สิ้นภพจบชาติ"ที่วัดทุ่งแสงสว่างเจริญธรรม และได้กำหนดพิธีหล่อขึ้นในวันอาทิตย์ที่16สิงหาคม2552 พระอาจารย์ท่านได้เคยกล่าวไว้ว่างานบุญใดก็ตามที่ทำได้ยาก สำเร็จยากมีอุปสรรคมีปัญหาเข้ามาขัดขวางการสร้างบุญบารมีเยอะแสดงว่างานบุญนั้นมีอานิสงส์มากผู้ที่มาร่วมสร้างบุญบารมีก็จะเต็มเร็ว กำลังใจในการฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ก็จะสูง ดังนั้นการที่จะเข้าถึงซึ่งพระนิพพานในชาติปัจจุบันนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่ยากเกินจะทำได้แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทุก ๆ ท่านต้องผ่านพ้นอุปสรรคต่าง ๆ ไปให้ได้เพราะนั้นคือบททดสอบกำลังใจ และงานนี้ก็เช่นกันขึ้นชื่อว่า"องค์สิ้นภพจบชาติ"ก็บอกถึงการสิ้นชาติขาดเชื้อไม่ต้องการกลับมาเกิดอีก ผู้ที่มาร่วมงานก็ดี ผู้ที่มาช่วยงานก็ดี คนเหล่านี้ได้แสดงตนแล้วว่าชาตินี้เป็นชาติสุดท้าย ไม่ขอเกิดอีกแล้ว ดังนั้นบททดสอบกำลังในการจัดงานครั้งนี้ก็ต้องหนักหน่วงอย่างแน่นอนหลาย ๆ ท่านที่ต้องการเข้ามาช่วยสร้าง"องค์สิ้นภพจบชาติ"ต่างก็ต้องเจอบททดสอบต่างๆ กันไป ขอยกมาสักหนึ่งตัวอย่าง คือ แม่ชีท่านหนึ่งซึ่งเคยได้เรียนกรรมฐานกับพระอาจารย์เมื่อทราบข่าวว่าพระอาจารย์จะสร้าง"องค์สิ้นภพจบชาติ"ก็อาสาช่วยงานอย่างเต็มที่ซึ่งขณะนั้นแม่ชีท่านกำลังประกาศขายที่ดินของตนเอง และก็หวังในใจว่าหากขายที่ได้จะนำปัจจัยมาถวายพระอาจารย์เพื่อร่วมสร้าง"องค์สิ้นภพจบชาติ"ก่อนหน้านั้นก็มีผู้ที่สนใจอยากจะซื้อที่ดินจากแม่ชีอยู่หลายราย พระอาจารย์ท่านก็ได้เตือนแม่ชีไปแล้วว่าอย่าตั้งใจจะนำเงินที่ได้มาทำบุญเพราะจะถูกมารขัดขวาง แต่แม่ชีท่านมีกำลังใจสูงมากยังไงก็จะนำเงินที่ได้จากการขายที่ดินมาสร้างพระเท่านั้นแหละครับ คนที่เคยติดต่อขอซื้อที่ดินก็หายหน้า และไม่สามารถที่จะขายที่ดินแปลงนี้ได้จนมาถึงทุกวันนี้ นอกจากนั้นใครก็ตามที่ตั้งใจจะเข้ามาช่วยงานพระอาจารย์ก็มักจะโดนขัดขวางในรูปแบบต่าง ๆ เช่น อยู่ดี ๆ จากที่สะสางงานอย่างดีแล้วเพื่อที่จะมีเวลาว่างแต่อยู่ดี ๆ ก็มีงานด่วนแบบฉับพลันขึ้นมาโดยทันที หรือไม่ก็คนที่เราบอกบุญไปเขาก็ตั้งใจจะมาร่วมทำบุญด้วยแต่อยู่ดี ๆ ก็เกิดป่วยไข้ไม่สบายอย่างกะทันหัน สิ่งทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ก็คือ มารที่เข้ามาขัดขวางการสร้างบุญบารมีนั่นเองการหล่อสมเด็จองค์ปฐม"องค์สิ้นภพจบชาติ"ครั้งนี้อาจจะกล่าวได้ว่าเพื่อเป็นการรองรับงานพิธีหล่อสมเด็จองค์ปฐมทองคำที่พระอาจารย์กำลังจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่7พฤศจิกายน2552 ดังนั้นหลายๆ ท่านก็มีความตั้งใจที่จะช่วยงานพระอาจารย์จนถึงงานหล่อสมเด็จองค์ปฐมทองคำ แต่ในท้ายที่สุดก็พ่ายแพ้ต่อบททดสอบที่มารเขาจัดสรรขึ้น ทำให้ต้องเลิกช่วยเหลืองานพระอาจารย์ไปกลางคัน แต่ถึงกระนั้นงานพิธีหล่อ"องค์สิ้นภพจบชาติ"ก็เกิดขึ้นจนได้ก่อนถึงวันพิธีหล่อ1วัน (วันเสาร์ที่15ส.ค.52)การจัดเตรียมงานก็ดำเนินไปอย่างเร่งรีบเพราะทุกคนยังไม่เคยผ่านการจัดงานลักษณะนี้มาก่อน แบบพระสมเด็จองค์ปฐม"องค์สิ้นภพจบชาติ"ถูกประกอบเสร็จตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่บนฐานพระที่สร้างขึ้นเครื่องไฟ เครื่องเสียง เต็นท์ ฯลฯ ถูกจัดเตรียมไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ลูกศิษย์ที่จะมาช่วยงานก็เดินทางมาถึงเกือบครบหมดทุกคน บรรยากาศในวันนั้นท้องฟ้าสดใส อากาศร้อนแสงแดดจัดมาก ในวันนี้เองได้เกิดเหตุการณ์ที่น่าอัศจรรย์ใจอยู่หลาย ๆ เรื่อง ซึ่งได้รวบรวมมาได้ ดังนี้ เรื่องที่1เวลาประมาณ5-6โมงเย็นบรรยากาศในงานที่มีท้องฟ้าอันสดใสกลับมีก้อนเมฆสีดำขนาดมหึมาเคลื่อนมาจากขอบฟ้าทั่วทุกสารทิศ สายลมที่เคยแผ่วเบากลับรุนแรงอย่างกับกำลังจะเกิดพายุ เสียงฟ้าร้องคำรามเสียงดังลั่น ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านั้นเงียบสงบ และยังไม่ทันจะสิ้นแสงแดดจากดวงอาทิตย์แต่บรรยากาศตอนนั้นมืดสลัวราวกับเวลาประมาณ1ทุ่ม วันนี้ทั้ง ๆ ที่ไม่มีวี่แววว่าฝนตกกลับเริ่มมีพายุฝนแต่แปลกตรงที่เมฆดำไม่ลอยมาบดบังแสงแดดที่ส่องลงมายังแบบพระ ทำให้เกิดเป็นเกิดช่องว่างตรงกลางตรงกับองค์พระพอดี เ ป็นอย่างนี้อยู่พักใหญ่เปรียบเสมือนกับการต่อสู้กันระหว่างความมืดกับความสว่าง บรรยากาศในตอนนั้นน่ากลัวทำให้ทุกคนที่มาช่วยงานต่างใจคอไม่ดีเพราะกลัวว่าหากฝนตกลงมางานที่ตระเตรียมไว้จะล้มเหลวแต่ท้ายที่สุดแล้วความสว่างที่มีอยู่น้อยนิดก็พ่ายแพ้ต่อความมืดมิดของเมฆฝนจากนั้นฝนก็ตกลงมาอย่างหนักน้ำท่วมทั่วทั้งบริเวณงาน เป็นเวลาเกือบ2ชั่วโมงที่ฝนตกลง เมื่อกำลังใจของคนที่มาช่วยงานเต็ม งานที่เตรียมไว้ก็พร้อม คุณมารเขาก็ต้องขัดขวางงานนี้ด้วยพายุฝนเพื่อทำให้งานไม่สามารถดำเนินต่อไปได้เรื่องอุปสรรคที่มาขัดขวางการจัดงานไม่ได้มีแค่เรื่องพายุฝนหรอกนะครับ ลองอ่านเรื่องต่อไปแล้วกันนะครับ เรื่องที่2รถที่นำดอกไม้บายศรีมาจากกรุงเทพฯ พร้อมทีมงานเกิดอุบัติเหตุรถชนกันขึ้น แต่คนที่นั่งมาไม่ได้รับบาดเจ็บ และในคืนเดียวกันคนที่มาช่วยงานจากกรุงเทพฯ ลูกศิษย์หลวงพี่สมบัติแห่งวัดสร้อยทอง ก็เกิดอุบัติเหตุรถชนอีกเช่นกัน ความแรงจากการชนทำให้ล้อหลัง2ข้างกระเด็นออกมาจากรถ คนที่นั่งในรถนึกถึงพระนิพพานเป็นที่ไปแล้วครับ อุบัติเหตุทั้ง2เหตุการณ์นี้ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ไม่มีใครเจ็บหนักถึงกับเลือดตกยางออก นี่ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่างานบุญใดที่มีอานิสงส์มากต้องถูกคุณมารขัดขวางไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง เหตุการณ์ที่น่าอัศจรรย์ใจที่เกิดขึ้นในระหว่างที่เตรียมงานจนกระทั่งถึงวันพิธีหล่อ"องค์สิ้นภพจบชาติ" เรื่องที่1ในตอนกลางวันของวันเสาร์ที่15สิงหาคม2552ระหว่างที่กำลังเตรียมงานกันอยู่นั้น ก็เกิดพระอาทิตย์ทรงกลดขึ้นช่วงเวลาประมาณบ่ายโมง เหมือนเป็นเครื่องบอกเหตุว่างานบุญในครั้งนี้เบื้องบนท่านได้รับรู้ถึงความตั้งใจของผู้ร่วมสร้างทุก ๆ คน เรื่องที่2ผมได้ถ่ายภาพบรรยากาศภายในงานเรื่อยมาจนมาถึงหน้าแบบพระที่เตรียมจะหล่อ ผมก็หันหน้ากล้องไปถ่ายแบบพระแต่อยู่ดี ๆก็ถ่ายภาพไม่ได้ลองอยู่หลายครั้ง แต่พอหันกล้องไปทางอื่นกลับถ่ายได้ผมก็เลยบอกกับพระอาจารย์ว่ากล้องมีปัญหาแล้วพระอาจารย์ก็เอากล้องมาแล้วลองถ่ายดูก็ถ่ายได้ตามปกติผมจึงถ่ายใหม่เล็งกล้องไปยังแบบพระดังเดิมก็ถ่ายไม่ได้อีกคือกดชัตเตอร์ไม่ลงครับ จึงได้ตั้งจิตพนมมือขออนุญาตต่อหน้าแบบพระว่าผมขอถ่ายภาพจึงสามารถถ่ายได้แต่เมื่อมาดูภาพที่พระอาจารย์ลองถ่ายกลับเห็นสิ่งที่ไม่แปลกน่าอัศจรรย์คือ พระอาจารย์ท่านได้ถ่ายรูปติดอะไรบางอย่างเหมือนคนมายืนบังกล้องแต่ไม่เห็นตัวตนชัดเจนเพราะลำตัวโปร่งแสงลักษณะใสคล้ายแก้วมีชฎาอยู่บนหัว และที่บ่ามีส่วนที่ยืนออกมาคล้ายกับอินธนูหรือว่านี่คอเทวดา เรื่องที่3คือวันที่พระอาจารย์ยุคลธรณ์ได้ไปซื้อนิลที่ อ. บ่อพลอยเมื่อพบกับเจ้าของเหมืองเรียบร้อยแล้ว สุนัขพันธุ์พุดเดิลสีขาวของเจ้าของเหมือง ก็วิ่งไปคุ้ยกองนิลที่กองอยู่มากมายแล้วคาบนิลมาหนึ่งก้อนมีรูปร่างคล้ายๆ กับรูปหัวใจ มันคาบนิลก้อนนั้นมาวางลงตรงที่พระอาจารย์อยู่ซึ่งอาจจะหมายถึงว่ามันเองก็อยากจะนำนิลก้อนนี้ไปร่วมหล่อพระด้วย เจ้าของเองเมื่อเห็นสุนัขของตนทำเช่นนี้ก็แปลกใจเพราะมันไม่เคยทำเช่นนี้อย่างนี้มาก่อน เหตุการณ์นี้ทำให้เจ้าของเหมืองเกิดศรัทธาในตัวพระอาจารย์ขึ้นมาถึงกับถวายนิลมาร่วมสร้างพระอีกหลายตันและยังลดราคานิลให้กับพระอาจารย์อีกด้วย นี่ก็เป็นเพียงเหตุการณ์เล็กๆ ที่น่าอัศจรรย์ใจแต่น่าตื้นตันใจ ก่อนถึงวันพิธีหล่อ"องค์สิ้นภพจบชาติ"ถึงแม้จะมีเรื่องราวต่าง ๆ มากมายมาขัดขวางงานบุญในครั้งนี้ แต่พระอาจารย์และลูกศิษย์ทุก ๆ ก็ไม่ย่อท้อฟันฝ่าอุปสรรคปัญหาต่างๆและแล้วก็มาถึงวันพิธีหล่อ"องค์สิ้นภพจบชาติ"จนได้ วันอาทิตย์ที่16สิงหาคม2552 พิธีหล่อเริ่มขึ้นตั้งแต่ตอนเช้าเวลาประมาณ8.00น. เป็นพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์ พระอาจารย์ท่านนิมนต์ หลวงพ่อแก่นแห่งวัดเขื่อนท่าทุ่งนาประชาสรรค์ อ. ศรีสวัสดิ์ จ. กาญจนบุรี ซึ่งพระอาจารย์ท่านเคยไปเรียนกรรมฐานกับหลวงพ่อแก่นมาก่อน หลวงพ่อแก่นท่านเป็นทั้งเพื่อนและลูกศิษย์ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อฤาษีลิงดำเมื่อครั้งสมัยที่หลวงพ่อฤาษีลิงดำเรียนบาลีอยู่ที่กรุงเทพฯ อีกทั้งยังเคยร่วมเดินธุดงค์กับหลวงพ่อด้วย ดังนั้นงานบุญต่างๆ ที่หลวงพ่อฤาษีลิงดำจัดขึ้นจะต้องนิมนต์คณะสงฆ์ให้มาร่วมงานโดยมีหลวงพ่อแก่นร่วมอยู่ด้วยทุกครั้งและพระที่หลวงพ่อฤาษีลิงดำนิมนต์มานั้นแต่ละท่านต้องเป็นพระไม่รู้จักเกิดอย่างแน่นอน ต่อจากพิธีบวงสรวงก็เป็นการร่ายโองการโดยพี่กุศล มงคล ด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังทำให้สามารถสะกดคนทั้งงานให้เงียบเสียงฟังการร่ายโองการได้อย่างไม่น่าเชื่อ พิธีจึงยิ่งมีความศักดิ์สิทธิ์อย่างมากนอกจากหลวงพ่อแก่นที่พระอาจารย์ท่านนิมนต์มาในงานพิธีวันนี้แล้วพระอาจารย์ท่านยังได้นิมนต์พระเถรานุเถระ พระสงฆ์ผู้ทรงสมณศักดิ์และเจ้าอาวาสวัดต่างๆ รอบเขต จ. กาญจนบุรี ถึง130องค์หลังจากพิธีบวงสรวงสิ้นสุดลงการหล่อสมเด็จองค์ปฐม"องค์สิ้นภพจบชาติ"ก็เริ่มขึ้นทุกคนที่มาร่วมงานต่างขยันขันแข็งช่วยหิวกระป๋องปูนกันอย่างไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย ไม่ว่าอากาศจะร้อน แสงแดดจะแรงเพียงใด ทุกคนต่างปลื้มปิติที่ได้มีโอกาสร่วมสร้าง"องค์สิ้นภพจบชาติ"องค์นี้ใช้นิลเป็นส่วนผสมมากถึง27ตัน เหตุการณ์ที่น่าอัศจรรย์ในงานหล่อพระ เรื่องที่1เกิดตอนพิธีบวงสรวงคือชาวบ้านที่มาร่วมงานเห็นลำแสงสีขาวพุ่งลงมาจากท้องฟ้าลงสู่โต๊ะบวงสรวงและมีอะไรบางอย่างหล่นลงมาพร้อมกับลำแสงนั้นด้วยลักษณะคล้ายกับข้าวตอก แต่ทุกคนก็ไม่ได้ตื่นตกใจแต่อย่างใดเนื่องจากชาวบ้านคิดว่าพระอาจารย์ท่านได้ให้เครื่องบินนำข้าวตอกและดอกไม้โปรยลงมาจากฟากฟ้า เมื่อพิธีต่างๆ เสร็จสิ้นลงถึงเวลาเก็บบายศรีและเครื่องบวงสรวง สิ่งที่น่าอัศจรรย์ก็เกิดขึ้นเมื่อเริ่มมีคนเห็นพระบรมสารีริกธาตุอยู่บนโต๊ะบวงสรวงมากมายทั่วทั้งโต๊ะต่างคนต่างก็เก็บเอาไปบูชากัน จึงทำให้ชาวบ้านแถวนั้นเข้าใจว่าลำแสงที่เห็นตอนพิธีบวงสรวงนั้นก็คือพระบรมสารีริกธาตุเสด็จมานั้นเองซึ่งเรื่องอย่างนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลยที่วัดแห่งนี้ และหลาย ๆ คนตั้งแต่เกิดมาก็ยังไม่เคยเจอกับสิ่งอัศจรรย์เช่นนี้มาก่อน เรื่องที่2เมื่อเริ่มพิธีเทหล่อ"องค์สิ้นภพจบชาติ"ก็มีเมฆบางๆ มาบดบังแสงให้ความร้อนเบาบางลงไป ทุกคนที่มาร่วมงานก็ยิ่งมีกำลังใจมากขึ้น เมื่อเทปูนองค์พระใกล้จะถึงครึ่งองค์ทันใดนั้นโฆษกในงานก็ประกาศว่าขณะนี้ได้เกิดพระอาทิตย์ทรงกรดขึ้นทุกคนจึงต่างก็หันขึ้นไปมองทำให้ผมร